การเลือก KOL ให้เหมาะกับสินค้า

วันที่ 18 สิงหาคม 2564 นี้ เวลา 14:30 น.

ลงทะเบียนเพื่อรับชมวิดีโอแบบเต็มรูปแบบและ
รับส่วนลดในการสมัครแพ็คเกจไปเลย 20%

การเลือกรับรีวิวสินค้า 

4 ขั้นตอนในการเลือก Influencer สแกนให้ชัวร์ มั่นใจตรงสเป็คกับแบรนด์ของคุณ

ขั้นตอนที่ 1: ดู Influencer จากการมีส่วนร่วม (Engagement) ไม่ใช่ยอดผู้ติดตาม 

สิ่งที่หลายๆคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Influencer ก็คือ ยิ่งผู้ติดตามเยอะยิ่งดี แต่หารู้ไม่! ว่าเดียวนี้เขามีโปรแกรมปั๊มไลค์ปั๊มผู้ติดตามให้มีตัวเลขเยอะๆ แต่กลับกลายเป็นผู้ติดตามที่ไม่มีคุณภาพ หรือแทบไม่มีตัวตนด้วยซ้ำ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ายอด follower ก็สามารถบ่งบอกระดับชื่อเสียงก็ Influencer คนนั้นๆได้ เพราะฉะนั้นแบรนด์ก็ควรตรวจสอบดูคร่าวๆ ว่า Influencer หรือเน็ตไอดอลคนนั้นมีชื่อเสียงจริงหรือซื้อไลค์มาเพื่อโปรโมทเพจตัวเอง อาจดูจากยอดไลค์ คอมเมนต์หรือแชร์ในแต่ละโพสต์ว่าเหมาะสมกับจำนวนผู้ติดตามหรือไม่

ขั้นตอนที่ 2: ดูความเกี่ยวข้องของแบรนด์ สินค้า กลุ่มลูกค้าและ Influencer

เพราะว่า Influencer นั้นมีหลากหลายมากๆ เรียกได้ว่าทุกเพศ ทุกวัยกันเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นไม่ใช่เลือกใครก็ได้ แต่เน็ตไอดอลคนนั้นจะต้องเกี่ยวข้องและเข้ากับแบรนด์ของคุณ และที่สำคัญคือจะต้องตรงกับที่ไปได้กับกลุ่มลูกค้าของคุณ เพราะนั้นจะเป็นการเพิ่มความเป็นไปได้ที่ผู้ติดตามของ Influencer จะซื้อสินค้านั้นเอง ยกตัวอย่างเช่น หากคุณขายสินค้าประเภทบิวตี้ เช่น เครื่องสำอางแบรนด์แนม ที่มีราคาค่อนข้างสูง คุณควรจะเลือก Influencer ที่เป็นผู้ใหญ่ วัยทำงาน หรือกลุ่มที่สามารถซื้อของพวกนี้ได้แบบไม่ต้องคิดหลายวัน หากคุณไปเลือกเน็ตไอดอลวัยรุ่น ที่ฐานแฟนคลับส่วนใหญ่ยังมีอายุน้อย ก็ดูจะไม่ค่อยตรงกับสินค้าของคุณเท่าไหรนะ

ขั้นตอนที่ 3: ดู Influencer ให้ลึกลงอีกนิด จะได้ไม่ต้องมานั่งเฟล  

แม้ว่าการโปรโมทของคุณจะอยู่ในตลาดออนไลน์ แต่อย่าลืมว่าชีวิตหลังกล้อง หรือโลกออฟไลน์ก็เป็นเรื่องสำคัญ การเช็คประวัติคร่าวๆ เกี่ยวกับเน็ตไอดอลหรือ Influencer นั้นๆ ว่า เน็ตไอดอลชายหรือเน็ตไอดอลที่คุณหมายตาได้มีการถูกเชิญไปร่วมงานต่างๆ หรือไม่ ได้รับความสนใจทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์หรือไม่ รวมถึงเนื้อหาของ Influencer ก็สำคัญ ให้สังเกตหน้าฟีดของช่องทางที่คุณต้องการ ย้อนหลังสัก 1-2 สัปดาห์ เพื่อดูว่า รูปแบบเนื้อหาของเน็ตไอดอลเป็นไปอย่างไร เหมาะสมตรงกับสินค้า หรือแบรนด์หรือไม่ การสร้างเนื้อหาดูเป็นธรรมชาติมากน้อยเพียงใด 

ขั้นตอนที่ 4: สื่อสารให้ถูก Influencer เข้าใจ เราก็แฮปปี้

หลังจากเลือก Influencer ที่ต้องการได้แล้ว เช็คมาอย่างดีตามขั้นตอนข้างต้น และก็อยู่ในงบประมาณที่ทางแบรนด์ตั้งไว้ ก็มีอีกหนึ่งสเต็ปสุดท้าย เพื่อให้ทุกอย่างออกมาเพอร์เฟ็ค คือการสื่อสารให้ Influencer เข้าใจ จุดประสงค์ในการโปรโมทของเรา รูปแบบข้อความ Key message ต่างๆ นี้อาจจะเรียกได้ว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด เพราะตัวเน็ตไอดอลควรที่จะเข้าใจสินค้าของเราอย่างถี่ถ้วน และจะดียิ่งขึ้น หากตัวเน็ตไอดอลเข้าใจถึงธุรกิจของคุณ และสามารถสื่อสาร ทำเนื้อหาออกได้อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด ไม่ดูเป็นการโฆษณาเกินไป ผู้ชมก็จะรู้สึกสบายใจ และเชื่อมั่นมากขึ้นนั้นเอง และตัวธุรกิจออนไลน์ของคุณก็ได้ผลประโยชน์สูงสุด คุ้มค่ากับงบที่จ่ายไป ผลลัพธ์ปังๆ เลย

ส่องเทรนด์ Influencer Marketing หลัง Covid-19 และวิธีรับมือ!

หนึ่งสถานการณ์ที่สร้างผลกระทบไปทั่วโลกในปี 2020 นี้คงหนีไม่พ้นสถานการณ์ไวรัส Covid-19 ที่ส่งผลกระทบต่อทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นสังคม เศรษฐกิจ หรือสิ่งแวดล้อม และยังแพร่กระจายไปทั่วทุกมุมโลก แน่นอนว่าเมื่อแต่ละอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบจากโรคร้ายนี้ ก็ส่งผลให้ทิศทางในการดำเนินธุรกิจที่รวมถึงการตลาดทั่วโลกเปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน หลังจากที่เราเคยพูดถึง 10 ไอเดียสุดสร้างสรรค์ คัดมาแล้วสำหรับ Influencer marketing ฉบับปี 2020 กันไปแล้ว 

วันนี้ Shoplus เลยจะพาไปดูกันว่าหลังผ่านพ้นวิกฤติไปบ้างแล้ว สถานการณ์ไวรัส Covid-19 ได้ส่งผลกระทบอย่างไรต่อแนวทางการทำการตลาดกับ Influencer และนักการตลาดหรือแบรนด์ควรจะเตรียมพร้อมรับมือกันอย่างไร

ผู้บริโภคจะให้ความเชื่อมั่นก็ต่อเมื่อรู้สึกว่า Influencer เป็นพวกเดียวกับพวกเขา

ในสถานการณ์ Covid-19 ที่ใครๆก็ต้องกักตัวอยู่แต่ในบ้าน ทำให้ทุกคนใช้เวลาไปกับโซเชียลมีเดียมากกว่าปกติ และแน่นอนว่าในช่วงเวลาที่น่าเบื่อไม่ได้พบเจอโลกภายนอกแบบนี้ ผู้บริโภคก็อยากจะรับรู้ความเป็นไปของคนอื่นๆว่าจะเป็นยังไงกันบ้าง ตอนนี้ทำอะไรกันอยู่ มีกิจกรรมอะไรสนุกๆให้ทำบ้าง โดยเฉพาะเหล่า influencer ที่คนก็ให้ความสนใจเป็นปกติอยู่แล้ว การทำ influencer marketing ที่ดีจึงควรสร้างความรู้สึกร่วมนี้ให้กับผู้บริโภค ให้ผู้บริโภคได้เห็นว่าตัว influenecer ก็กำลังประสบปัญหาเดียวกันกับพวกเขาอยู่ และแสดงให้เห็นว่าแบรนด์นั้นเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของ influencer จริงๆ ก็จะทำให้ผู้บริโภคเกิดความผูกพันกับแบรนด์ได้ง่ายขึ้น เพราะผู้ติดตามของเหล่า influencer นั้นมีความผูกพันและความเชื่อมั่นกับ influencer มาก

งบประมาณที่น้อยลง ด้วยโปรดักชั่นที่ง่ายขึ้น

เนื่องจากปัญหาที่ทุกคนจะต้องกักตัวในบ้านกัน ส่งผลให้ทีมงานต่างๆไม่สามารถถ่ายทำคลิปโฆษณาหรือสื่อโฆษณาอะไรได้เลย จึงเป็นความยากลำบากในการที่จะโฆษณาสินค้าชิ้นหนึ่ง ในขณะเดียวกัน influencer ก็สามารถแก้ไขปัญหาตรงจุดนี้ได้ง่ายๆ จากการที่พวกเค้าสามารถถ่ายทำคอนเท้นต์ได้ง่ายๆจากที่บ้าน ด้วย Production ง่ายๆ จากมือถือเพียงเครื่องเดียว แถมยังสามารถสร้างคอนเท้นต์ที่ดูจริงใจได้มากกว่าการใช้โปรดักชั่นที่สมบูรณ์แบบ รวมไปถึงอีกปัจจัยที่จะตามมาหลังการปลดล็อคดาวน์นั่นคือการที่แบรนด์อาจมีความจำเป็นที่จะต้องควบคุมงบประมาณบางส่วน การใช้นำโปรดักชั่นง่ายๆจากมาใช้กับ influencer marketing จึงถือเป็นการประหยัดงบประมาณโดยที่ยังได้รับผลตอบรับที่มีประสิทธิภาพอยู่

influencer, เน็ตไอดอล, นักไลฟ์, หานักไลฟ์

อินฟลูเอนเซอร์จะมีอิทธิพลในการออกแบบวิธีการสื่อสารมากขึ้น

อย่างที่เรารู้กันว่า Influencer โดยเฉพาะ micro influencer นั้นจะสามารถจูงใจผู้บริโภคที่ดีกว่าแบรนด์ นอกจากนั้นแล้ว Influencer แต่ละคนก็ยังรู้วิธีการสื่อสารที่แตกต่างกันผ่านช่องทางสื่อที่แตกต่างกันเพื่อสื่อสารให้ตรงใจผู้บริโภคจากแต่ละช่องทางมากให้ได้มากที่สุดอีกด้วย เนื่องจาก Influencer คือคนที่สื่อสารและใกล้ชิดกับผู้บริโภคมากกว่าแบรนด์ โดยเฉพาะในช่วงเวลาแบบนี้ที่ผู้บริโภคต้องการความจริงใจ ดังนั้นสิ่งที่แบรนด์ควรทำคือการปล่อยให้ Influencer มีอิสระกับวิธีการสื่อสารของแต่ละคน เพื่อที่จะสร้างความเป็นธรรมชาติให้กับสิ่งที่สื่อสารไปยังผู้บริโภค ที่จะให้ผลลัพธ์ที่ดีกับทางแบรนด์ได้มากกว่า

คนจะหันมาใช้ Live-Stream มากขึ้น

เมื่อก่อนการ Live-Stream อาจจะเป็นสิ่งที่คนไม่ค่อยให้ความสนใจมากเท่าไหร่ แต่เมื่อทุกคนต้องกักตัวอยู่แต่ในบ้าน สิ่งที่ทำได้เลยมีอยู่ไม่กี่อย่าง ซึ่งก็รวมถึงการท่องโลกอินเตอร์เน็ตแก้เหงา และ Live-Stream ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่คนให้ความสนใจมากขึ้น ด้วยการมอบประสบการณ์ที่เหมือนกับไปยืนอยู่ตรงนั้นจริงๆให้กับผู้ชม เช่นการจัด Workshop ออนไลน์, การจัดปาร์ตี้ออนไลน์ หรือแม้กระทั้งการจัดแฟชั่นโชว์ออนไลน์ นอกจากนี้ สาเหตุที่คนให้ความสนใจกับการ Live-Stream เพราะเป็นการแพร่ภาพสด ที่ไม่มีการตัดต่อใดๆ จึงสามารถแสดงความจริงใจของแบรนด์ได้อีกด้วย