ธุรกิจ ออนไลน์ การ ตลาด

18 ตัวชี้วัด ธุรกิจออนไลน์ควรวัดผลอย่างไรเมื่อทำการตลาดบน Social Media?

ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันนี้กระแส Social Commerce เป็นกระแสที่มาแรงแซงโค้งในบ้านเรา เพราะไม่ว่าใครๆก็ใช้โซเชียลมีเดียกันในชีวิตประจำวันจนเรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตไปแล้ว หลายๆธุรกิจไม่ว่าจะเป็นธุรกิจออนไลน์หรือออฟไลน์ก็เริ่มที่จะทำการตลาดผ่าน Social Media มากยิ่งขึ้น แต่การจะทำการตลาดที่มีประสิทธิภาพได้ เราก็ต้องรู้ว่าสิ่งที่เราทำไปให้ผลตอบรับดีแค่ไหน จริงมั้ยคะ? วันนี้ Shoplus เลยมี 18 ตัวชี้วัด ที่ธุรกิจออนไลน์ควรรู้ สำหรับการวัดผลทางการตลาดบนโซเชียลมีเดียมาบอกกัน! จะมีอะไรบ้าง  แค่จะไปหาค่าพวกนี้มาจากไหนไปดูกันเลย

ข้อควรรู้ก่อนเริ่มวัดผล

ก่อนที่จะเริ่มวัดผลกัน เราจะต้องมาแบ่งกันก่อนว่า Customer Journey มีทั้งหมดกี่ขั้น และการสื่อสารของเรานั้นอยู่ในขั้นไหน เพื่อผลลัพธ์ที่ถูกต้องแม่นยำนั่นเองค่ะ

Customer Journey ในการวัดผลการทำการตลาด บน Social Media แบ่งออกเป็นทั้งหมด 4 ขั้น ได้แก้

Awareness  คือ การรับรู้ของผู้บริโภคเกี่ยวกับแบรนด์
Engagement – การมีส่วนร่วมของผู้บริโภคต่อการสื่อสารของแบรนด์
Conversion – การวัดผลจากการกระทำของลูกค้า
Consumer – การวัดผลจากลูกค้า

ธุรกิจ ออนไลน์ การ ตลาด

การวัดผลในขั้น Awareness

1. การรับรู้เกี่ยวกับแบรนด์ (Brand Awareness)

การรับรู้เกี่ยวกับแบรนด์ หมายถึงความสนใจที่แบรนด์ได้รับจากคนทั่วไปในขณะที่มีการทำการตลาด ซึ่ง Brand Awareness ก็มีได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการกล่าวถึงแบรนด์, ยอดแชร์, หรือการมองเห็นโพสต์ของเรานั่นเอง โดยสามารถกำหนดระยะเวลาเป็นรายเดือน, รายสัปดาห์ หรือรายวัน ได้ตามที่เราต้องการจะวัดผลเลย

2.  อัตราการเติบโตของผู้ติดตาม (Audience Growth Rate)

อัตราการเติบโตของผู้ติดตาม มีไว้สำหรับวัดว่าแบรนด์ของคุณสามารถขยายฐานผู้ติดตามได้รวดเร็วแค่ไหน และนำไปเปรียบเทียบกับคู่แข่ง หรือเทียบกับอัตราการเติบโตของผู้ติดตามของแบรนด์ในระยะเวลาก่อนหน้าก็ได้

ส่วนวิธีคำนวณการคำนวณ Audience Growth Rate สามารถทำได้ง่ายๆตามสูตรนี้เลยค่า

ธุรกิจ ออนไลน์ การ ตลาด

นอกจากนี้แล้ว เรายังสามารถใช้สูตรนี้ในการคำนวน อัตราการเติบโตของผู้ติดตาม (Audience Growth Rate) ของคู่แข่ง เพื่อนำมาเปรียบเทียบกันได้ด้วยนะคะ

3. การเข้าถึงโพสต์ (Post Reach)

การเข้าถึงโพสต์ (Post Reach) เป็นตัวที่แสดงให้เห็นถึงจำนวนการมองเห็นโพสต์ที่แบรนด์ได้สื่อสารออกไป ซึ่งถือเป็นวิธีที่น่าจะวัดผลที่มีประสิทธิภาพที่สุดแล้ว เพราะยอด Reach จะช่วยให้แบรนด์สามารถวิเคราะห์ได้ว่าเราควรโพสต์เวลาไหน และโพสต์คอนเท้นต์แบบไหน ที่จะถูกใจผู้ติดตามของเรามากที่สุดนั่นเองค่ะ

4. จำนวนการเข้าถึงที่เป็นไปได้ (Potential Reach)

จำนวนการเข้าถึงที่เป็นไปได้ มีไว้สำหรับวัดจำนวนของผู้ติดตามท่ีเห็นโพสต์ของเราจริงๆ เช่น หากผู้ติดตามของเราได้มีการแชร์โพสต์จากเราไป แสดงว่าผู้ติดตามของคนที่แชร์ประมาณ 2-5% ก็มีความเป็นไปได้ที่จะเป็น Potential Reach ของเราด้วยเช่นกัน วิธีนี้จึงสามารถช่วยให้แบรนด์สามารถศึกษาเพิ่มเติมถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ เพื่อทำการขยายตลาดในอนาคตได้อีกด้วย

ธุรกิจ ออนไลน์ การ ตลาด

5. Social Share of Voice (SSoV)

Social Share of Voice คือการจำนวนการถูกกล่าวถึงของแบรนด์บนโลกโซเชียลมีเดีย โดยอาจจะเป็นทั้งการกล่าวถึงโดยตรงที่มีการ Mention บัญชีโซเชียลมีเดียของแบรนด์โดยตรง หรือเป็นการกล่าวถึงลอยๆของผู้ใช้บนโลกโซเชียลและนำมาเปรียบเทียบกับคู่แข่งเพื่อดูว่าใครมีพื้นที่สื่อมากว่ากันในโลกออนไลน์นั่นเอง

การวัดผลในขั้น Engagement

6. Applause Rate

Applause Rate คือจำนวนที่บ่งบอกว่า มีกี่คนที่กดไลค์หรือชอบโพสต์ของเราเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับผู้ติดตามทั้งหมด ซึ่ง Applause Rate จะช่วยให้เรานำเสนอเนื้อหาที่เหมาะสมสำหรับผู้ติดตามได้มากขึ้น ซึ่งหากค่า Applause Rate สูง แสดงว่าคอนเท้นต์นั้นๆถูกใจผู้ติดตามของเรามากนั่นเอง

สำหรับสูตรการคำนวณ Applause Rate สามารถทำได้ง่ายๆ ตามสูตรด้านล่างนี้ค่ะ

ธุรกิจ ออนไลน์ การ ตลาด

7.Average Engagement Rate

Average Engagement Rate คือยอด  Engagement หรือการมีส่วนร่วม ตั้งแต่ยอดไลก์ รวมถึงจำนวนคอมเมนต์ และจำนวนการแชร์โพสต์นั้นด้วย แสดงให้เห็นถึงยอด Engagement ต่อโพสต์แต่ละโพสต์เป็นอย่างไร และเมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ผ่านๆมา ดีขึ้นหรือไม่ เพื่อเป็นการวางแผนการทำการตลาดต่อๆไปนั่นเอง

8. Amplification Rate

Amplification Rate คืออัตราส่วนของยอดแชร์ในแต่ละโพสต์เมื่อเทียบกับจำนวนผู้ติดตามทั้งหมด ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงการที่ผู้ติดตามเต็มใจที่จะแชร์โพสต์นั่นเอง

ธุรกิจ ออนไลน์ การ ตลาด

9. Virality Rate

Virality Rate คือตัวเลขที่จำนวนการแชร์เทียบกับจำนวนคนที่มีโอกาสเห็นโพสต์ (Impressions) ในช่วงที่ทำการตลาด เช่น โพสต์บางโพสต์ที่มียอดไลก์สูงมาก แต่อาจจะมีค่า Virality ต่ำก็ได้ค่าตรงนี้จะแสดงให้เป็นถึงคุณภาพของคอนเท้นต์ที่ทางแบรนด์ได้ผลิตออกมาก

การวัดผลในขั้น Conversion

10. Conversion rate

Conversion Rate หมายถึงจำนวนที่มีการลงมือทำตาม (Take Action) ที่ทางแบรนด์วางเป้ามหายไว้ เช่นการคลิกเว็บไซต์, การส่งข้อความมาหาแบรนด์, ติดตามจดหมายข่าว เมื่อเทียบกับจำนวนผู้ติดตามทั้งหมด ซึ่งหากค่า Conversion rate  ยิ่งสูง ก็แปลว่าคอนเท้นต์มีคุณภาพมากพอที่จะให้ความเชื่อถือแก่ผู้ติดตามได้

ธุรกิจ ออนไลน์ การ ตลาด

11. Click-Through Rate (CTR)

Click-Through Rate หรือ ค่า CTR คือจำนวนที่มีคนคลิกลิงก์หรือ CTA ของโพสต์นั้นๆ โดยจะไม่ได้นับรวมยอด Engagement ต่างๆ เช่นไลก์หรือโพสต์ โดยค่า CTR จะใช้วัดว่าข้อเสนอใด ที่คอนเท้นต์แบบใดที่สามารถดึงดูดผู้ติดตามได้ดีที่สุด

12. Bounce Rate

Bounce Rate คือจำนวนเปอร์เซ็นต์ผู้เข้าชมเพจและมีการออกจะหน้าเพจอย่างรวดเร็วโดยไม่มีการ take Action ใดๆ ทำให้ทราบได้ถึงยอดทราฟฟิกของเว็บไซต์ของคุณ และค่า ROI หรือผลตอบแทนจากการลงทุน ว่าการทำการตลาดผ่านช่องทางไหนที่จะคุ้มค่าที่สุดสำหรับธุรกิจออนไลน์ของคุณ หากค่า Bounce Rate ของคุณยิ่งต่ำ ก็แปลว่าคุณมาถูกทางแล้วนั่นเอง

13. Cost-Per-Click (CPC)

Cost-Per-Click หรือ CPC คือจำนวนเงินที่เราจะต้องจ่ายเมื่อมีการคลิกบนโฆษณาที่เราลงบนโซเชียลมีเดีย 1 คลิก ซึ่งค่า CPC จะเป็นตัวที่ช่วยพิจารณาว่าการทำโฆษณาของเรานั้นคุ้มค่าหรือไม่โดยสามารถวัดได้บนทุกโซเชียลมีเดีย ตามสูตรด้านล่างนี้

ธุรกิจ ออนไลน์ การ ตลาด

14. Cost Per Thousand Impressions (CPM)

Cost Per Thousands Impressions หรือ CPM คือจำนวนเงินที่เราต้องจ่ายทุกครั้งที่มีการมองเห็นโฆาราของเราครบ 1,000 ครั้ง โดยค่า CPM จะต่างจาก CPC ตรงที่ค่า CPM จะไม่ได้มีการใช้ CTA มาเกี่ยวข้อง เป็นเพียงการนับยอด Impression เฉยๆ จึงเหมาะสำหรับการคำนวนความคุ้มค่าเวลาทำโฆษณาแบบ A/B Testing นั่นเอง

15. Social Media Conversion Rate

Social Media Conversion Rate คือยอด conversion rate ที่มีการคลิกผ่านโลกโซเชียล ทำให้เห็นได้ว่าการลงโฆษณาบนโซเชียลมีเดียแต่ละแคมเปญมีประสิทธิภาพมากแค่ไหนนั่นเอง

ธุรกิจ ออนไลน์ การ ตลาด

16. Conversation Rate

Conversation Rate คืออัตราส่วนของคอมเม้นต์ในแต่ละโพสต์เมื่อเทียบกับจำนวนผู้ติดตามทั้งหมดที่มีอยู่นั่นเอง เป็นการแสดงให้เห้นถึงคุณภาพของคอนเท้นต์ที่มีการโพสต์ลงเพจ เช่น หากเพจของเรามีผู้ติดตาม 200 คน แต่มีคอมเม้นต์ต่อโพสต์ถึง 20 คอมเม้นต์ก็แปลว่าคอนเท้นต์ของเราน่าสนใจเพียงพอที่จะทำให้ผู้ติดตามอยากมีส่วนร่วมในโพสต์ดังกล่าวนั่นเอง 

การวัดผลในขั้น Consumer

17. รีววิวจากลูกค้า (Customer Testimonials)

Customer Testimonials คือเนื้อหาการรีวิวจากลูกค้า, ความคิดเห็น, หรือบทสัมภาษณ์เกี่ยวกับแบรนด์หรือสินค้า ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่การนับจำนวนการรีวิว แต่เนื้อหาการรีวิวที่ดีก็จะยิ่งสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์อีกด้วย ซึ่งการวัดผลแบบนี้ก็ทำได้หลายแบบไม่ว่าจะเป็นการจัด Campaign ให้ลูกค้ามีส่วนร่วมผ่าน Social Media นั่นเอง

18. คะแนน Customer Satisfaction (CSat) 

คะแนน Customer Satisfaction หรือ CSAT คือค่าคะแนนความพึงพอใจที่ผู้บริโภคมีต่อสินค้าหรือบริการของเรา โดยสามารถสอบถามลูกค้าของเราโดยให้คะแนนในด้านต่างๆเป็นตัวเลขได้เลย โดยสามารถเก็บข้อมูลได้จากการทำ Survey และคำนวนผลคะแนนเป็นตัวเลขได้อย่างชัดเจน

สำหรับวิธีการคำนวณผลก็มีเท่านี้ อย่าลืมนำไปใช้เพื่อวัดผลแผนการตลาดบนโซเชียลมีเดีย เพื่อศึกษาและหาวิธีพัฒนาธุรกิจออนไลน์ของคุณกันด้วยล่ะ และสำหรับอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ธุรกิจออนไลน์ อย่างระบบจัดการร้านค้าออนไลน์ ที่คอยจัดเก็บ ติดตามสถานะออเดอร์ด้วยเทคโนโลยี AI แถมยังช่วยเก็บข้อมูลสินค้าในสต็อก ให้คุณขายสินค้าออนไลน์ได้ง่ายขึ้น มีเวลาไปพัฒนาธุรกิจด้านอื่นอีกเยอะ!

อย่าลืม แอดไลน์ @shoplusth เพื่อติดตามข่าวสาร การตลาดออนไลน์ เทคนิคการขายของ และบทความดีๆอีกมากมาย ได้ก่อนใคร อัพเดทตลอดทุกอาทิตย์  หรือสอบถามโปรโมชั่นหากสนใจ ระบบ Shoplus ช่วยคุณจัดการร้านค้าอย่างมีประสิทธิภาพ แถมประหยัดเวลาไปทำอย่างอื่นได้อีกเยอะ! ด้วยระบบ AI อัจฉริยะ จะไลฟ์ขายของ หรือโพสต์ขายของก็ไม่มีปัญหา เก็บครบจบทุกออเดอร์ แถมมีทีมงานคอยช่วยเหลือแบบใกล้ชิด ทดลองใช้ฟรี 7 วัน! ได้ครบทุกฟีเจอร์ มาเปิดประสบการณ์และยกระดับเพจของคุณไปอีกขั้น มาเป็นครอบครัวเดียวกับ Shoplus กันนะ! 

ไม่อยากพลาดสาระดีๆ
ติดตามข่าวสาร E-commerce ก่อนใครได้ฟรี! จาก E-mail inbox


This entry was posted in ไม่มีหมวดหมู่ and tagged , .