influencer,เน็ตไอดอล,หา influencer

4 ขั้นตอนในการเลือก Influencer
สแกนให้ชัวร์ มั่นใจตรงสเป็คกับแบรนด์ของคุณ

การตลาดออนไลน์ยอดฮิตที่หลายๆแบรนด์ก็เริ่มหันมาให้ความสนใจ ก็ต้องเป็นการตลาดแบบ Influencer หรือการใช้เน็ตไอดอล พรีเซนเตอร์ นั้นเอง เพราะยุคนี้พฤติกรรมของลูกค้าส่วนใหญ่ก็เริ่มย้ายมาช่องทางออนไลน์กันมากขึ้น เพราะฉะนั้นกลยุทธ์การตลาดก็ต้องปรับเปลี่ยนไปตาม แต่การโฆษณาแบบ Influencer ก็มีหลากหลายรูปแบบ หลายๆคนจึงสับสน Influencer กับ KOL (Key Opinion Leader) กันบ่อยๆ แต่ Influencer นั้นต่างออกไป เพราะ Influencer ก้คือผู้คนที่มีชื่อเสียงทางอินเตอร์เน็ต มีภาพลักษณ์หรือเนื้อหาที่โดดเด่น เป็นที่สนใจของสังคม ซึ่งมีหลากหลายแนวมากๆ และหากแบรนด์ไหนกำลังสนใจอยากจะโปรโมทธุรกิจออนไลน์ของคุณในรูปแบบนี้ ก็ต้องวางแผนให้ดี เพราะหากเลือก Influencer ถูกต้องก็อาจจะทำกำไรให้กับธุรกิจแบบไม่น่าเชื่อ แต่ถ้าหาก…เลือกผิดแล้วละก็ ได้เสียเงินเปล่า หรือได้ภาพลักษณ์ไม่ดีกลับมาซะงั้น ซึ่งเดียวนี้การหา Influencer ก็ไม่ใช่เรื่องยาก ไม่ว่าจะเป็นเน็ตไอดอลชาย หรือเน็ตไอดอลหญิง ก็มีมากมาย แต่การจะเลือกให้ถูก เหมาะสมกับแบรนด์ของเราก็มีขั้นตอนหลากหลาย และเกณฑ์ต่างๆ เพื่อให้ แบรนด์ของคุณได้ถูกโปรโมทอย่างเหมาะสมและได้ประสิทธิภาพที่สุดนั้นเอง 

influencer,เน็ตไอดอล,หา influencer

ขั้นตอนที่ 1: ดู Influencer จากการมีส่วนร่วม (Engagement) ไม่ใช่ยอดผู้ติดตาม 

สิ่งที่หลายๆคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Influencer ก็คือ ยิ่งผู้ติดตามเยอะยิ่งดี แปลว่าแฟนๆเยอะแน่ๆเลย แต่หารู้ไม่! ว่าเดียวนี้เขามีโปรแกรมปั๊มไลค์ปั๊มผู้ติดตามให้มีตัวเลขเยอะๆ แต่กลับกลายเป็นผู้ติดตามที่ไม่มีคุณภาพ หรือแทบไม่มีตัวตนด้วยซ้ำ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ายอด follower ก็สามารถบ่งบอกระดับชื่อเสียงก็ Influencer คนนั้นๆได้ เพราะฉะนั้นแบรนด์ก็ควรตรวจสอบดูคร่าวๆ ว่า Influencer หรือเน็ตไอดอลคนนั้นมีชื่อเสียงจริงหรือกิ๊งก๊องนั้นเอง โดยวิธีง๊ายง่ายไม่กี่สเต็ปเท่านั้นจ้า

  • ดูยอดไลค์ คอมเมนต์ หรือแชร์ ว่าเหมาะสมกับจำนวนผู้ติดตามหรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น จำนวนผู้ติดตามเกือบแสนคน แต่จำนวนไลค์กลับแค่หลักร้อยเท่านั้น หรือแทบไม่มียอดแชร์เลย มันก็ฟังดูแปลกๆ ใช่มั้ยละ ดังนั้นแบรนด์ไม่ควรดูแค่ยอดผู้ติดตามเท่านั้น
  • ที่สำคัญที่สุด คือสังเกต Engagement หรือการมีส่วนร่วมระหว่างเน็ตไอดอลหรือ Influencer กับผู้ติดตาม ไม่ว่าจะเป็นทั้งในรูปแบบคอมเมนต์และแชร์ เพื่อดูว่าผู้ติดตามมีความสนใจและชื่นชอบในตัว Influencer จริงๆนั้นเอง 
  • เช็คแพลต์ฟอร์มที่ Influencer หรือเน็ตไอดอลคนนั้นๆ ใช้เป็นช่องทางหลักๆ และดูว่าช่องทางไหน ผู้ติดตามมีลักษณะเหมือนกันหรือแตกต่างกันอย่างไร และส่งผลอย่างไรกับการมีส่วนร่วมหรือไม่
influencer,เน็ตไอดอล,หา influencer

ขั้นตอนที่ 2: ดูความเกี่ยวข้องของแบรนด์ สินค้า กลุ่มลูกค้าและ Influencer

เพราะว่า Influencer นั้นมีหลากหลายมากๆ เรียกได้ว่าทุกเพศ ทุกวัยกันเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นไม่ใช่เลือกใครก็ได้ แต่เน็ตไอดอลคนนั้นจะต้องเกี่ยวข้องและเข้ากับแบรนด์ของคุณ และที่สำคัญคือจะต้องตรงกับที่ไปได้กับกลุ่มลูกค้าของคุณ เพราะนั้นจะเป็นการเพิ่มความเป็นไปได้ที่ผู้ติดตามของ Influencer จะซื้อสินค้านั้นเอง ยกตัวอย่างเช่น หากคุณขายสินค้าประเภทบิวตี้ เช่น เครื่องสำอางแบรนด์แนม ที่มีราคาค่อนข้างสูง คุณควรจะเลือก Influencer ที่เป็นผู้ใหญ่ วัยทำงาน หรือกลุ่มที่สามารถซื้อของพวกนี้ได้แบบไม่ต้องคิดหลายวัน หากคุณไปเลือกเน็ตไอดอลวัยรุ่น ที่ฐานแฟนคลับส่วนใหญ่ยังมีอายุน้อย ก็ดูจะไม่ค่อยตรงกับสินค้าของคุณเท่าไหรนะ

influencer,เน็ตไอดอล,หา influencer

ขั้นตอนที่ 3: ดู Influencer ให้ลึกลงอีกนิด จะได้ไม่ต้องมานั่งเฟล  

แม้ว่าการโปรโมทของคุณจะอยู่ในตลาดออนไลน์ แต่อย่าลืมว่าชีวิตหลังกล้อง หรือโลกออฟไลน์ก็เป็นเรื่องสำคัญ การเช็คประวัติคร่าวๆ เกี่ยวกับเน็ตไอดอลหรือ Influencer นั้นๆ ว่า เน็ตไอดอลชายหรือเน็ตไอดอลที่คุณหมายตาได้มีการถูกเชิญไปร่วมงานต่างๆ หรือไม่ ได้รับความสนใจทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์หรือไม่ เพราะหากจุดมุ่งหมายหลักของคุณ คือการโปรโมท ก็คงจะดีไม่น้อยเลยใช่มั้ยละ ถ้าสามารถโปรโมทได้ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ 

เนื้อหาของ Influencer ก็สำคัญ ให้สังเกตหน้าฟีดของช่องทางที่คุณต้องการ ย้อนหลังสัก 1-2 สัปดาห์ เพื่อดูว่า รูปแบบเนื้อหาของเน็ตไอดอลเป็นไปอย่างไร เหมาะสมตรงกับสินค้า หรือแบรนด์หรือไม่ การสร้างเนื้อหาดูเป็นธรรมชาติมากน้อยเพียงใด เพราะจะยิ่งผลดีขึ้น หากเน็ตไอดอลสามารถถ่ายทอดเนื้อหาออกมาได้แบบดูเป็นธรรมชาติ แต่ที่สำคัญที่สุดคือ หาก Influencer มีการโพสต์ถึงสินค้าประเภทเดียวกับเรา หรือคู่แข่งเมื่อไม่นานมานี้ ก็คงจะไม่เหมาะ ดูไม่เป็นธรรมชาติเท่าไหรใช่มั้ยละ 

influencer,เน็ตไอดอล,หา influencer

ขั้นตอนที่ 4: สื่อสารให้ถูก Influencer เข้าใจ เราก็แฮปปี้~

หลังจากเลือก Influencer ที่ต้องการได้แล้ว เช็คมาอย่างดีตามขั้นตอนข้างต้น และก็อยู่ในงบประมาณที่ทางแบรนด์ตั้งไว้ ก็มีอีกหนึ่งสเต็ปสุดท้าย เพื่อให้ทุกอย่างออกมาเพอร์เฟ็ค คือการสื่อสารให้ Influencer เข้าใจ จุดประสงค์ในการโปรโมทของเรา รูปแบบข้อความ Key message ต่างๆ นี้อาจจะเรียกได้ว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด เพราะตัวเน็ตไอดอลควรที่จะเข้าใจสินค้าของเราอย่างถี่ถ้วน และจะดียิ่งขึ้น หากตัวเน็ตไอดอลเข้าใจถึงธุรกิจของคุณ และสามารถสื่อสาร ทำเนื้อหาออกได้อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด ไม่ดูเป็นการโฆษณาเกินไป ผู้ชมก็จะรู้สึกสบายใจ และเชื่อมั่นมากขึ้นนั้นเอง และตัวธุรกิจออนไลน์ของคุณก็ได้ผลประโยชน์สูงสุด คุ้มค่ากับงบที่จ่ายไป ผลลัพธ์ปังๆ เลย

เพราะว่าการตลาดออนไลน์บางครั้งก็ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ยิ่งไปกว่านั้น การใช้ Influencer ก็ถือเป็นการโปรโมทที่ต้องเน้นการสื่อสาร ถ่ายทอดข้อความ ของทั้งทางแบรนด์และตัวเน็ตไอดอลเอง ซึ่งหากทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี คุณอาจจะเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่สามารถประสบความสำเร็จแบบก้าวกระโดดได้เลย แต่ถ้าหากไม่อยากมานั่งสแกน บรีฟงานต่างๆ ที่ทั้งยุ่งยากและมีรายละเอียดเล็กน้อยที่เพิกเฉยไม่ได้เต็มไปหมด ก็ลองใช้บริการ Influencer หรือ KOL service ดูสิ เพราะคุณแค่มีหน้าที่ระบุจุดประสงค์ที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็น โปรโมทแบรนด์ เพิ่มยอดขาย สร้างฐานลูกค้า และรอเลือก Influencer ที่ถูกคัดมาอย่างดีแล้วได้เลย 

อย่าลืม แอดไลน์ @shoplusth เพื่อติดตามข่าวสาร การตลาดออนไลน์ เทคนิคการขายของ และบทความดีๆอีกมากมาย ได้ก่อนใคร อัพเดทตลอดทุกอาทิตย์  หรือสอบถามโปรโมชั่นหากสนใจ ระบบ Shoplus ช่วยคุณจัดการร้านค้าอย่างมีประสิทธิภาพ แถมประหยัดเวลาไปทำอย่างอื่นได้อีกเยอะ! ด้วยระบบ AI อัจฉริยะ จะไลฟ์ขายของ หรือโพสต์ขายของก็ไม่ปัญหา เก็บครบจบทุกออเดอร์ แถมมีทีมงานคอยช่วยเหลือแบบใกล้ชิด ทดลองใช้ฟรี 7 วัน! ได้ครบทุกฟีเจอร์ มาเปิดประสบการณ์และยกระดับเพจของคุณไปอีกขั้น มาเป็นครอบครัวเดียวกับ Shoplus กันนะ! 

ไม่อยากพลาดสาระดีๆ
ติดตามข่าวสาร E-commerce ก่อนใครได้ฟรี! จาก E-mail inbox